แกะรอยวงจรปิดรวบโจรแสบลัก จยย.พ่วงข้าง พ่นสีอำพรางรถ สุดท้ายไม่รอด

วันที่ 14 ก.ย. 2569 นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช  พร้อมด้วย ร.ต.อ.พละพล คงฉ่ำ รอง สวป.สภ.เมือง นศ./หน.ชป.ศปจร.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ร่วมกันแถลงข่าวโจรลักรถพ่วงข้างป้าอุไร ยางหาด ชาว ม.5 ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 คนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าผ้าใบสีดำ ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า รุ่นดรีม สีเขียว ทะเบียน 932นครศรีธรรมราช ของนางอุไร ยางหาด ซึ่งจอดเสียบกุญแจไว้หน้าสวนปาล์ม บริเวณริมถนนเทิดพระเกียรติ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชก่อนขี่หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.สภ.เมืองนครศรีธรรมราชได้ พาป้าอุไร ไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด ของศูนย์ CCTV เทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยในวันดังกล่าว นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มาตรวจราชการโครงการ Smart citty ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และพบกับป้าอุไร ผู้เสียหาย จึงได้ร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งตรวจสอบ ค้นหาและดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดในทุกคดีมาดำเนินการตามกฏหมาย โดยให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เสียหาย ซึ่งจากการตรวจสอบกล้อง CCTV ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช พบคนร้ายขี่รถผ่านหลายเส้นทางในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตำบลกำแพงเซา และนำรถเข้าไปซ่อนไว้ในสวนมังคุด จากนั้นขี่กลับบ้านพักในพื้นที่ตำบลท่าเรือ

ต่อมาคนร้ายได้นำรถที่ขโมยมา พ่นสีสเปรย์จากสีเขียวเป็นสีดำ เพื่ออำพรางรถ แต่หลังทราบข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าตำรวจกำลังเร่งติดตามตัว จึงเกิดความกลัวว่าจะถูกจับกุม และนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณ ใต้สะพานต่างระดับหนองแตน ต.นาพรุ อ.พระพรหม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและการสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ทราบชื่อ นายสุภวัตร์ หรือน้อต อายุ 38 ปี พักอาศัยอยู่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอฝากเตือนผู้ที่จะกระทำความผิด ให้หยุดและเลิกคิด เพราะนครศรีธรรมราชมีกล้องวงจรปิดกว่า 2,183 ตัว เฉพาะของเทศบาลนครฯ มี 620 ตัว และ อบจ. มี 1,563 ตัวและยังมีกล้องภาคเอกชนอีกจำนวนมาก สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว” และชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถติดตามรถจักรยานยนตร์พ่วงข้างกลับคืนมาได้ นอกจากนี้ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมวกกันน็อกให้กับคนขับรถของป้าอุไร เพื่อใช้สวมใส่ในการขับขี่ด้วยความปลอดภัย สำหรับเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ กล้องวงจรปิดและการบูรณาการทำงานของตำรวจ และเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ในการติดตามเส้นทางคนร้ายและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว

สายตรวจโซเชียล สมาคมสื่อมวลชน จ.นครศรีธรรมราช

สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช